กล่าวโทษแคลเซี่ยม

กล่าวโทษแคลเซี่ยม

7/4/2551 10:21:32

 

 

กล่าวโทษแคลเซี่ยม

แคลเซี่ยมเป็นธาตุที่จำเป็นแก่ร่างกายเนื่องจากทำหน้าที่หลายประการ เช่น การสร้างกระดูกและฟันที่แข็งแรง ช่วยให้เลือดแข็งตัว มีความสำคัญต่อกล้ามเนื้อและอื่นๆ คนทั่วไปคิดว่ากระดูกเป็นของแข็ง แต่ความจริงกระดูกมีการเปลี่ยนแปลงได้การเปลี่ยนแปลงเป็นไปอย่างช้าๆ จนบางคนไม่สามารถสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงและเข้าใจผิดๆ แคลเซี่ยมสามารถเข้าไปเสริมกระดูกและออกจากกระดูกได้

แคลเซี่ยมเป็นสารอาหาร บางคนใช้แคลเซี่ยมเป็นอาหารเสริม ในการสร้างเสริมกระดูกและฟันรวมทั้งเหงือกที่แข็งแรง ช่วงทำให้เลือดแข็งตัว ล่าสุดเชื่อว่าแคลเซี่ยมช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วย นอกจากนี้ยังช่วยให้นอนหลับสบาย ช่วยทำให้หัวใจเต้นเป็นปกติ ระบบประสาททำงานอย่างต่อเนื่อง ช่วยลดปริมาณโคเลสตอรอล ทำให้กล้ามเนื้อเติบโต ป้องกันกล้ามเนื้อชาและเป็นเหน็บ ช่วยจัดเรียงโปรตีนในดีเอ็นเอ และ อาร์เอ็นเอ วยลดความอ้วนด้วยการสลายไขมัน ทำให้ผนังเซลล์มีการดูดซึมได้ตามปกติ ช่วยจับสารตะกั่วที่เข้าสู่ร่างกายมิให้ดูดซึม เข้าสู้กระดูกและยังช่วยให้ผิวหนังมีสุขภาพดี

ถ้าร่างกายขาดแคลเซี่ยมเป็นเวลานาน จะก่อให้เกิดโรคกระดูกเปราะ และร่างกายสูญเสียแคลเซี่ยมอย่างรวดเร็วในช่วงที่มีประจำเดือน เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูงและมะเร็งลำไส้ใหญ่ อาการที่สังเกตได้เมื่อร่างกายขาดแคลเซี่ยมคือ การปวดไขข้อ ผิวหนังปรากฏสิวมาก มีปริมาณโคเลวเตอรอลในเลือดสูงขึ้น การเต้นของหัวใจผิดปกติ เล็บเปราะ ความดันโลหิตสูง และมีอาการง่วงเหงาหาวนอน ปวดกล้ามเนื้อ ตื่นเต้นง่าย ชาตามแขนและขา ปวดข้อนิ้วมือและนิ้วเท้า ซึมเศร้าและอาการประสาทหลอน

แคลเซี่ยมมีคุณอนันต์ แต่ก็มีโทษเช่นกัน ถ้ากินเข้าไปมากเกินไป แคลเซี่ยมรวมตัวกับแมกนีเซี่ยม ทำให้เกิดนิ่วในไตได้ นอกจากนี้แคลเซี่ยมส่วนเกินจะไปสะสมตามเคลือบตามข้อกระดูก และอาจทำให้เกิดอาหารแคลเซี่ยมส่วนเกินกดทับเส้นประสาทได้ ดังนั้น การใช้แคลเซี่ยมเป็นอาหารเสริม ควรปรึกษาแพทย์ก่อน อย่างไรก็ตาม แพทย์ยังถกเถียงกันถึงความไม่ชัดเจนของประโยชน์ของแคลเซียมทำให้ผู้ป่วยไม่ทราบจะเชื่อหมอคนไหนดี

ผมเคยมีประสบการณ์ดังกล่าว แพทย์ประจำตัวอนุญาตให้รับประทานแคลเซี่ยมเป็นอาหารเสริม เนื่องจากอายุมากแล้ว และมีโรคความดันที่ต้องกินยาควบคุมเป็นประจำ  แต่ต่อมาวันหนึ่งเกิดอาการปวดเมื่อยตั้งแต่ต้นคอไปยังสบัก แขน และปลายนิ้ว ของมือด้านซ้ายข้างเดียว ไปพบแพทย์กระดูกและกล้ามเนื้อ แพทย์ส่งตัวไปเอ็กซ์เรย์กระดูกคอ ในภาพถ่ายเอ็กซ์เรย์ แพทย์ได้ชี้ให้เห็นแคลเซี่ยมสะสมที่ข้อกระดูกคอและอาจไปกดเส้นประสาทคอบางเส้น ทำให้เกิดอาการปวดและชาที่แขนซ้ายดังกล่าว แพทย์ส่งตัวไปทำกายภาพบำบัดและยืดคอ และให้ยาระงับปวดรับประทาน และแนะนำให้พิจารณาลดการกินแคลเซี่ยมเป็นอาหารเสริม แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู แนะนำให้ทำกายภาพบำบัด โดยใช้คลื่นเสียงและการยืดกล้ามเนื้อคอ เป็นเวลา 3 สัปดาห์ เมื่อทำกายภาพบำบัดและยืดกล้ามเนื้อได้ประมาณ 2 สัปดาห์ อาการป่วยก็หายไปกลับเป็นปกติ อาการปวดและชาที่นิ้วมือของแขนซ้ายหายไป ร่างกายกลับสู่ปกติสุข ไม่ต้องกินยาระงับปวดอีก เมื่อทำกายภาพบำบัดได้เพียง 1 สัปดาห์ ประสบการณ์ดังที่เล่ามานี้ นึกกล่าวโทษแคลเซี่ยมที่เป็นสาเหตุ ทั้งๆที่ทราบว่าแคลเซี่ยมมีคุณประโยชน์ แต่สารเคมีทุกอย่าง มีคุณและโทษควบคู่กัน ใช้ดีมีคุณ ใช้ผิดมีโทษ การจะกลับไปกินแคลเซี่ยมอีก ยังกล้าๆ กลัวๆ อยู่ แพทย์แนะนำว่าอะไรถ้าไม่จำเป็นอย่างกินเข้าไป นี่แหละประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต

 

 

 

บุญจง ขาวสิทธิวงษ์

 

This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s