หยิน-หยาง พื้นฐานศาสตร์แห่งความสมดุล

หยิน-หยาง พื้นฐานศาสตร์แห่งความสมดุล

12/5/2551 18:48:50

หยิน-หยาง พื้นฐานศาสตร์แห่งความสมดุล

นิเวศวิทยา คือ การศึกษาถึงความสมดุล และการพึ่งพาอาศัยกันของสรรพสิ่งในโลก นักนิเวศวิทยาการเมืองเชื่อว่า ธรรมชาติมีความสมดุลระหว่างหยิน หยาง ความเชื่อนี้เชื่อว่าในโลกมีสิ่งตรงข้ามเสมอ เช่น  มีร้อน เย็น   ทุกข์ สุข   ชาย หญิง  เร็ว ช้า  อ่อน แข็ง  รวย จน  แต่ละสังคมให้คุณค่าของหยิน หยาง ต่างกันไป สังคมจีนให้ค่าความเป็นหยาง หมายถึง ความเป็นชาย ความแข็ง ลักษณะร้อนกว่าความเป็นหยิน ซึ่งหมายถึงความเป็นหญิง ความอ่อนโยน ความมีน้ำใจ ความเยือกเย็น ละเอียดอ่อน

ความเชื่อว่าธรรมชาติในโลกมีคู่หยิน หยาง เป็นพื้นฐานศาสตร์แห่งความสมดุลทั้งหลาย ได้แก่ นิเวศวิทยา ฮวงจุ้ย และโป๊ยก่วย

ความสมดุลในระบบนิเวศ ในแนวคิดของนักนิเวศวิทยาต้องควบคุมประชากรกลุ่มผู้บริโภค ให้อยู่ระดับที่สามารถรักษาจำนวนทรัพยากรธรรมชาติไว้ได้ และต้องดำรงไว้ซึ่งความหลากหลายทางชีวภาพ

การที่ระบบนิเวศดำรงอยู่ได้นาน แสดงว่าประชากรในแต่ละเผ่าพันธุ์ค่อนข้างจะมีขนาดและการกระจัดกระจายแน่นอนไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก การเพิ่มหรือลดจำนวนประชากรของเผ่าพันธุ์ใดเผ่าพันธุ์หนึ่งแสดงว่าต้องมีปัจจัยสิ่งแวดล้อมปัจจัยหนึ่งเปลี่ยนแปลงไปในทางกลับกันการที่ประชากรค่อนข้างคงที่แสดงว่ามีความสมดุลระหว่างอัตราเกิดแล้วรอดจนถึงวัยเจริญพันธุ์ สมดุลกับอัตราตาย ดังนั้นการดำรงความสมดุลของระบบนิเวศจึงเรื่องของการดำเนินการให้อัตราทารกที่เกิดมาได้รอดชีวิตถึงวัยเจริญพันธุ์กับอัตราตายสมดุลกัน

ปัจจัยอื่นๆที่มีอิทธิพลต่อการเพิ่มและกระจายประชากรได้แก่

1 ) ความสามารถของสิ่งมีชีวิตในการเคลื่อนย้ายถิ่น หรือ แพร่กระจายเมล็ดไปยังภูมิภาคอื่นได้

2 ) ความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม

3 ) ความสามารถในการรุกเข้าไปในพื้นที่ครอบครองของเผ่าพันธุ์อื่น

4 ) การมีกลไกในการปกป้องตัวเอง

5 ) การทนทานต่อสิ่งแวดล้อมที่ไม่อำนวยและโรคภัย

ความสามารถดังกล่าวรวมเรียกว่า ศักยภาพของสิ่งมีชีวิต

โดยทั่วไปประชากรในระบบนิเวศตามธรรมชาติจะมีไม่มากจนเกินไปเนื่องจากภาวะแวดล้อมเปลี่ยนแปลงเสมอ บางครั้งภาวะแวดล้อมบางฤดูกาลหรือบางปีอาจเอื้ออำนวย ข้อจำกัดต่างๆของระบบนิเวศในการควบคุมการเติบโตของประชากรแต่ละเผ่าพันธุ์ รวมเรียกว่า การต่อต้านของสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ภาวะขาดแคลน สภาวะอากาศไม่เอื้ออำนวย จำนวนผู้ล่า คู่แข่ง และโรคภัยไข้เจ็บและพยาธิ

ความสมดุลของประชากรในธรรมชาติเป็นผลจากความสมดุลของศักยภาพของชีวิตและการต่อต้านของสิ่งแวดล้อม เมื่อเผ่าพันธุ์ใดมีจำนวนประชากรมากมักจะมีการต่อต้านของสิ่งแวดล้อมที่รุนแรงเพื่อควบคุมจำนวนประชากรให้สมดุลกับศักยภาพของธรรมชาติในการโอบอุ้มเลี้ยงดู แต่เมื่อใดการต่อต้านของสิ่งแวดล้อมรุนแรงเกินไป เผ่าพันธุ์อาจะมีประชากรเหลือน้อยมากจนอาจเข้าข่ายเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ได้ เช่น หมีแพนด้า และเผ่าพันธุ์อื่นๆอีกหลายเผ่าพันธุ์ที่อยู่ในข่ายวิกฤติต่อการสูญพันธุ์

ในระบบนิเวศมีกลไกลในการรักษาความสมดุลของประชากรตามธรรมชาติ กลไกลที่สำคัญได้แก่ ความสมดุลระหว่างนักล่าและเหยื่อ ความสมดุลระหว่างสิ่งมีชีวิตและพยาธิที่เกาะกิน ความสมดุลของพืชและสัตว์กินพืช รวมทั้งความสมดุลสำหรับการแข่งขันของพืชต่างชนิดพันธุ์

หยิน หยาง เป็นพื้นฐานของฮวงจุ้ย บางคนเรียก หยิน หยาง ว่า อิม เอี้ยง ก็มี ศาสตร์ฮวงจุ้ยเชื่อในเรื่องทำเล ไม่ว่าอาคารบ้านอาศัย หลุมฝังศพ หรือสำนักงานธุรกิจ ต้องมีทำเลถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย จึงจะเจริญรุ่งเรือง ก้าวหน้าและมีความราบรื่น ในการดำเนินชีวิตและกิจการ

ตามหลักฮวงจุ้ยเชื่อว่าโลกของเราประกอบด้วยพลังของหยิน หยาง ปนเปอยู่ในทุกสรรพสิ่งของธรรมชาติ แม้ในบุคคลใดบุคคลหนึ่งก็มีทั้ง หยิน หยาง อยู่ในตัวคนเดียว เพียงแต่จะมีสิ่งใดมากน้อยกว่ากันอย่างไรเท่านั้นเอง ถ้า หยิน- หยาง เกิดไม่อยู่ในภาวะสมดุล สถานที่ ทำเลนั้น ของสิ่งนั้น หรือบุคคลเหล่านั้น จะมีปัญหาเกิดขึ้นเช่น ถ้าทำเลบริเวณนั้นขาดแขลนน้ำมากจนเป็นทะเลทรายก็ยากที่สิ่งมีชีวิตจะอาศัยอยู่ได้ ถ้าตรงข้าม มีน้ำมากเกินไป กลายเป็นทะเลไปก็ยากที่มนุษย์จะอาศัยอยู่ได้เช่นกัน ความมีพอดี หรืออย่างสมดุล จึงเป็นสิ่งดี ถ้าเปรียบกับคน ผู้ชายที่มีลักษณะความเป็นหญิง (หยิน) มากไปอาจถูกสังคมมองว่าเป็นตุ๊ด หรือถ้าผู้หญิงมีความเป็นชาย(หยาง) มากไป อาจถูกสังคมมองว่าเป็น ทอม หรือ ถ้าเพศชายชอบเพศชายด้วยกัน หรือหญิงอยู่ร่วมฉันสามีภรรยากับหญิงด้วยกัน ก็ผิดเพศ มีลูกไม่ได้ ถ้าชายหญิงอยู่ร่วมฉันสามีภรรยา (หยิน หยาง) สมดุล สามารถมีลูกได้ ยกเว้นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีความผิดปกติ เช่นนี้ ไม่ถือเป็นการผิดเพศ ดังนั้นชีวิตต้องอยู่อย่างสอดคล้องสมดุลตามธรรมชาติ

หยิน หยาง มีอิทธิพลต่อสุขภาพของคนเราด้วย หยิน หยางไม่สมดุลคราใดอาจทำให้ป่วยได้ คนที่มีสุขภาพอนามัยสมบูรณ์ มีความแข็งแรง อยู่ดีมีสุข ปราศจาคโรคร้าย เขาต้องมี หยิน หยางอยู่ในสภาวะสมดุล ถ้ามีไม่สมดุล เช่น ในร่างกายมีความร้อน(หยาง) มากเกินไป อาจะเป็นไข้ ต้องกินยาลดไข้ ถ้าร่างกายมีความเย็น(หยิน) มากเกินไป เนื้อตัวแขนขาเย็นไปหมด อาจต้องกินของร้อน เช่น เบียร์ ไวน์ หรือยาบำรุงกำลังที่ให้พลังงานความร้อนเข้าไป ดังนั้นการรักษาความสมดุลของหยิน หยาง ในร่างกายจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสุขภาพในการดำรงชีวิตประจำวัน

หยิน หยาง นอกจากมีอิทธิพลทางสุขภาพกายแล้ว ยังมีอิทธิพลต่อสุขภาพทางใจด้วย คนที่มีอารมณ์ร้อน ขี้โกรธ เกรี้ยวกราด หรือมีหยางมากเกินไป อาจเป็นคนเครียด โมโหง่าย นำไปสู่โรคเส้นเลือดในสมองแตกได้ ทำให้เป็นอัมพฤกษ์ หรือร่างกายพิการได้ ดังนั้นต้องบำบัดด้วย หยิน ให้หายเป็นคนอารมณ์ร้อน ขี้โกรธ เช่นไปฝึกจิตปฎิบัติธรรมให้อารมณ์เยือกเย็นขึ้น มิฉะนั้นชีวิตอาจลำบาก เป็นคนพิการทุพลภาพได้ หากไม่เปลี่ยนแปลงตัวเอง มักจะเสียใจภายหลัง

การทำธุรกิจแต่ละอย่างแต่ละประเภท มีความแตกต่างกัน ต้องไม่ลืมพิจารณาในเรื่องของฮวงจุ้ยด้วย มิฉะนั้นการประกอบธุรกิจอาจประสบความล้มเหลว ขาดทุน ล้มละลายได้

โป๊ยก่วยมีพื้นฐานจากศาสตร์แห่งความสมดุลของหยินหยาง เช่นกัน โป๊ยก่วย ก็คือยันต์แปดทิศ ถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิใช้สำหรับขับไล่พลังชั่วร้าย นับเป็นสิ่งมงคลทางฮวงจุ้ยอีกชนิดหนึ่ง เกิดขึ้นในสมัยจักรพรรดิ์ฟูซีของจีน สามพันปีก่อนคริสตกาล สาเหตุที่เรียกว่า ยันต์แปดทิศ ก็เพราะว่าภายในยันต์รูปแปดเหลี่ยมนี้ได้รวบรวมเอาสิ่งที่เชื่อว่าเป็นคุณลักษณะของทิศทั้งแปดมารวมไว้ในยันต์แผ่นเดียว จะสังเกตได้ว่ายันต์โป๊ยก่วยมีความคิดเรื่องทิศต่างจากชาวตะวันตก ฝรั่งมักวางทิศเหนือไว้ตอนบน แต่ยันต์โป๊ยก่วยวางทิศใต้ไว้ตอนบนเสมอ

ในยันต์โป๊ยก่วยจะวางทิศหลักไว้ในสี่ทิศ และทิศรองอีกสี่ทิศ รวมเป็นแปดทิศ (โป๊ย) ยันต์นี้มีบทบาทสำคัญต่อการจัดฮวงจุ้ย ในยันต์ใบเดียวจะมีทั้งหยิน หยาง อย่างสมดุล และลดหลั่นกันตามสามชั้น เส้นประและเส้นต่อเนื่อง ทั้งแปดทิศ เส้นเหล่านี้แสดงถึงลักษณะบางประการของธรรมชาติ ชุมชนและตัวบุคคล

คนจีนจำนวนมากยังเชื่อเรื่อง หยิน หยาง ศาสตร์แห่งความสมดุล ตามลัทธิเต๋า ซึ่งมีปราชญ์ขงจื้อ เป็นผู้เผยแพร่ที่สำคัญ เมื่อมีชีวิตก็เชื่อและเชื่อไปจนวันตาย คนจีนผู้เฒ่าจำนวนไม่น้อยเมื่อตายไปแล้วเอาศพไปฝังในฮวงจุ้ย ต้องเอาหมอดูมาดูฮวงจุ้ยของหลุมฝังศพก่อน ด้วยเชื่อว่าถ้าฮวงจุ้ยดี จะทำให้ลูกหลานเจริญก้าวหน้า อยู่เย็นเป็นสุข และสามัคคีกัน ถ้าหลุมฝังศพมีฮวงจุ้ยไม่ดี อาจส่งผลร้ายต่อบรรดา ลูกหลานทั้งหลายได้

ฮวงจุ้ยทำเลดีๆ มักมีราคาสูงมาก บางทำเลราคาแพงกว่าราคาที่ดินของคนยังไม่ตายก็มี ความเชื่อเช่นนั้นทำให้เกิดชนชั้นทางเศรษฐกิจในหมู่คนจีน คนจีนที่ยากจนไม่สามารถฝังในฮวงจุ้ยราคาแพงได้ ฮวงจุ้ยราคาถูกก็มักทำเลไม่ค่อยดี ลูกหลานไม่เจริญก้าวหน้า ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตและไม่ร่ำรวยมั่งคั่ง ความคิดเกี่ยวกับฮวงจุ้ยฝังศพจึงมีผลต่อสังคมคนจีนมากโชคดีที่รัฐบาลจีนในปัจจุบันให้ยกเลิกประเพณีฝังศพในฮวงจุ้ย จึงแก้ปัญหาสังคมดังกล่าวไปโดยทางอ้อม เหตุผลโดยตรงที่รัฐบาลจีนให้ยกเลิกการฝังศพและส่งเสริมประเพณีเผาศพแทน นับแต่มีการปฏิวัติวัฒนธรรมเป็นต้นมา เนื่องจากการฝังศพก่อปัญหาที่ดินทำมาหากินของคนรุ่นต่อๆไป เนื่องจากจีนมีประชากรมากที่สุดในโลกถ้าใช้ที่ดินผิดประเภทอาจขาดแคลนที่ดินในอนาคตสำหรับให้ลูกหลานทำกิน ตรงข้ามถ้าศพทุกศพถูกเผาทิ้งหมด ต่อไปนักโบราณคดีและนักประวัติศาสตร์จะเอาซากฟอสซิลคนจีนโบราณมาศึกษาจากที่ใด เป็นการสร้างปัญหาอีกมิติหนึ่งในอนาคตต่อการศึกษาด้านดังกล่าวของเยาวชนจีนและของโลก

อย่างไรก็ตามหยิน หยาง ศาสตร์แห่งความสมดุล ยังมีคนเชื่อถืออยู่จำนวนมากในโลกปัจจุบัน และสอดคล้องกับหลักนิเวศวิทยาของตะวันตกด้วย นักภูมิลักษณ์ หรือ นิเวศสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ นำไปใช้ประโยชน์มาก หมู่บ้านจัดสรรหรือธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยุคใหม่ ถ้าฮวงจุ้ยไม่ดีมักขายยาก ผู้ซื้อมักเลือกทำเลที่ฮวงจุ้ยดีๆด้วย โดยเชื่อว่า การอาศัยอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี (มีหยิน หยางที่สมดุล) ย่อมดีกว่าการอาศัยในทำเลสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรมหรือมีมลพิษ

 

บุญจง ขาวสิทธิวงษ์

 

This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s